ข่าวเด่นประเด็นร้อน ข่าวเด่นประเด็นร้อน

"ในพื้นที่ที่หลายคนเลือกเดินออก...มีแพทย์คนหนึ่งเลือกเดินเข้า" อธิบดีกรมการแพทย์ชื่นชม "พญ.นริศรา งามขจรวิวัฒน์" ผู้ได้รับรางวัลแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ 2569  อุทิศชีวิตดูแลผู้ป่วยยาเสพติดชายแดนใต้ คืนคนดีสู่สังคม

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ปัญหายาเสพติด และข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแพทย์หญิงคนหนึ่งที่เลือกยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่หวั่นไหว ด้วยความเชื่อมั่นว่า "ผู้ป่วยยาเสพติดไม่ใช่อาชญากรแต่คือผู้ป่วยที่สมควรได้รับโอกาสในการรักษา" แพทย์หญิงนริศรา งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี ไม่เพียงรักษาผู้ป่วย แต่ยังทุ่มเทสร้างระบบการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด พัฒนาเครือข่ายบริการสุขภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้บุคลากรทางการแพทย์ และผลักดันมาตรฐานการรักษาในพื้นที่ที่มีความท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ จนได้รับการยกย่องให้เป็น "แพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2569" ซึ่งสะท้อนถึงความเสียสละ ความเป็นผู้นำ และการยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งวิชาชีพแพทย์อย่างแท้จริง กรมการแพทย์ขอแสดงความยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จของแพทย์หญิงนริศรา งามขจรวิวัฒน์ ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่แพทย์ผู้มีผลงานโดดเด่นทั้งด้านวิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรม และการอุทิศตนเพื่อสังคม"ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงรางวัลของบุคคล แต่เป็นภาพสะท้อนของบุคลากรโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี กรมการแพทย์ ที่ยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชน แม้จะเป็นพื้นที่ที่มีความยากลำบากและความเสี่ยงสูงก็ตาม" โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานีถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ทางการแพทย์ ความเข้าใจบริบททางสังคม วัฒนธรรม และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง และสามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวและสังคมได้อย่างมีคุณภาพ แพทย์หญิงนริศรา งามขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี กล่าวว่า ตลอดเส้นทางการทำงานกว่า 30 ปี ที่ผ่านมา ได้มีบทบาทสำคัญในการวางระบบบริการด้านยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนใต้ พัฒนาคุณภาพการบำบัดรักษาในเครือข่ายโรงพยาบาลเขตสุขภาพที่ 12 ผลักดันการจัดทำหลักสูตร ประกาศนียบัตรเวชศาสตร์ครอบครัวการเสพติด ซึ่งได้รับการรับรองจากแพทยสภาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย รวมทั้งทำหน้าที่อาจารย์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสร้างบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยยาเสพติด เพื่อรองรับปัญหาที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากงานด้านยาเสพติดแล้ว ยังมีผลงานด้านการพัฒนาระบบบริการโรคผิวหนัง การนำเทคโนโลยี Telemedicine มาเพิ่มการเข้าถึงบริการ การจัดตั้งคลินิกเฉพาะทาง การพัฒนาเครือข่ายหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และการบริหารจัดการศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด 19 จังหวัดตรัง จนสามารถยกระดับคุณภาพบริการและสร้างประโยชน์ให้ประชาชนในวงกว้าง รางวัลนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของตนเองเพียงคนเดียว แต่เป็นกำลังใจของบุคลากรทุกคนที่ร่วมกันทำงานดูแลผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายทั้งด้านสังคม ความมั่นคง และปัญหายาเสพติด ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทำงาน เชื่อเสมอว่า ผู้ป่วยยาเสพติดคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับโอกาสในการรักษาและเริ่มต้นชีวิตใหม่ การบำบัดรักษาจะเกิดผลได้เมื่อทีมสหวิชาชีพ ครอบครัว ชุมชน และทุกภาคส่วนร่วมกันดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการหยุดใช้ยาเสพติด แต่คือการคืนคุณภาพชีวิต คืนศักดิ์ศรี และคืนคนดีสู่ครอบครัวและสังคม ************************ #แพทย์ตัวอย่างภาคใต้ #กรมการแพทย์ 16 กรกฎาคม 2569

วันที่ 16 ก.ค. 2569

อ่านต่อ

“พัฒนา” มอบนโยบายจัดการ “มะเร็ง” ระดับชาติ ประกาศภารกิจ 30x30 ลดเสียชีวิตให้ได้ร้อยละ 30 ภายใน 30 ปี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พร้อมมอบนโยบาย “Thailand Cancer Moonshot 2056” ประกาศเดินหน้าภารกิจ 30?30 ระดมทุกภาคส่วนลดเสียชีวิตจากโรคมะเร็งร้อยละ 30 ภายใน 30 ปี ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ ป้องกันให้มากที่สุด, รักษาให้เร็ว ทั่วถึง มาตรฐานเดียวกัน และสร้างศูนย์กลางข้อมูลองค์ความรู้ด้านโรคมะเร็งประเทศ ระยะเร่งด่วนเร่งเพิ่มเข้าถึงวัคซีน HPV คัดกรองมะเร็งปากมดลูก-มะเร็งลำไส้ใหญ่ ป้องกันรักษาไวรัสตับอักเสบบีและซี วันนี้ (15 กรกฎาคม 2569) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรุงเทพฯ โดยมี นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ ร.อ. นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เข้าร่วม พร้อมทั้งมอบนโยบาย “Thailand Cancer Moonshot 2056” โดยกล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 150,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 90,000 รายต่อปี หรือเฉลี่ยมากกว่า 240 คนต่อวัน ส่งผลกระทบต่อทั้งประชาชน ระบบสุขภาพ และเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก และหากไม่มีการดำเนินการ จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นตามการเข้าสู่สังคมสูงวัย ทั้งที่โรคมะเร็งหลายชนิดสามารถป้องกัน คัดกรอง หรือรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที รัฐบาลจึงให้การแก้ไขปัญหาโรคมะเร็งเป็นวาระระดับชาติ และกำหนดภารกิจ 30?30 เพื่อขับเคลื่อนการควบคุมโรคมะเร็งของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ โดยรวมทุกภาคส่วนให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน และลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลงอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายใน 30 ปี ผ่านการลงทุนด้านการป้องกัน การวินิจฉัย การรักษา และการพัฒนาระบบบริการที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม นายพัฒนากล่าวต่อว่า นโยบาย Thailand Cancer Moonshot 2056 จะขับเคลื่อนผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 1) ป้องกันให้ได้มากที่สุด โดยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง เพิ่มการลงทุนด้านวัคซีน การคัดกรองและค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ซึ่งสามารถป้องกันและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระยะเร่งด่วนจะเพิ่มการเข้าถึงวัคซีน HPV การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การป้องกันและรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธีตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (FIT Test) และการพัฒนาศูนย์ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ให้ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ รวมถึงยกระดับศักยภาพระบบรังสีรักษาทั่วประเทศ เพื่อลดภาระจากโรคมะเร็ง 2) รักษาให้เร็วและทั่วถึง ให้ประชาชนทุกคน ทุกพื้นที่ ทุกสิทธิการรักษา เข้าถึงบริการรักษาที่มีมาตรฐานเดียวกัน โดยรัฐบาลจะผลักดันการลงทุนร่วมกับภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มเครื่องฉายรังสี เทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง และการเข้าถึงยานวัตกรรมทั่วประเทศ และ 3.สร้างศูนย์กลางข้อมูลและองค์ความรู้ด้านโรคมะเร็งของประเทศ โดยยกระดับสถาบันมะเร็งแห่งชาติให้เป็นหน่วยงานหลักด้านข้อมูล มาตรฐานระบบบริการ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การติดตามประเมินผล และพัฒนาระบบบริการโรคมะเร็งของประเทศบนพื้นฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ “หลายประเทศสามารถลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้อย่างต่อเนื่อง เพราะลงทุนกับการป้องกัน การคัดกรอง และการรักษาที่มีคุณภาพ ซึ่งไทยก็มีระบบหลักประกันสุขภาพที่เข้มแข็ง บุคลากรมีศักยภาพ และมีสถาบันมะเร็งแห่งชาติเป็นแกนกลาง เบื้องต้นจากการวิเคราะห์ผลลัพธ์เชิงนโยบาย หากดำเนินการได้ตามเป้าหมายจะลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสำคัญได้มากกว่า 58,000 ราย ภายใน 15 ปี เมื่อผนวกกับการพัฒนาระบบบริการและเพิ่มการเข้าถึงการรักษา จะนำไปสู่เป้าหมายลดการเสียชีวิตอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายใน 30 ปีได้ ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ โดยวัดความสำเร็จได้จากจำนวนชีวิตของคนไทยที่รักษาไว้ได้ เพราะทุกชีวิตมีคุณค่า ทุกครอบครัวควรมีโอกาสได้เห็นคนที่รักมีชีวิตยืนยาวอย่าง” นายพัฒนากล่าว***************************************15 กรกฎาคม 2569

วันที่ 15 ก.ค. 2569

อ่านต่อ

กรมการแพทย์เตรียมพร้อมโรงพยาบาลในสังกัด ดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง โดยจับมือ รพ.รัฐ -กทม.–เอกชน วางระบบรับส่งต่อผู้ป่วย รองรับหลังสิทธิ UCEP หากครบ 72 ชั่วโมง ย้ำศักยภาพ Burn Unit โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี รับส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตแผลไฟไหม้ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบให้กรมการแพทย์ เตรียมความพร้อมโรงพยาบาลในสังกัด และประสานเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรมการแพทย์ได้มีการประชุมหารือร่วมกับสำนักการแพทย์ กทม. สปสช.เขต 13 และ ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลเอกชนที่ดูแลผูป่วยจากเหตุเพลิงไหม้ เพื่อวางแผนล่วงหน้าในการรับส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเอกชนมายังโรงพยาบาลรัฐในเขตพื้นที่กทม.ในกรณีที่เกินศักยภาพ หรือ ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายหลังจากใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉิน (UCEP) ครบ 72 ชั่วโมงแล้ว โดยสามารถรองรับได้ทุกราย โดยเฉพาะผู้ป่วยแผลไฟไหม้และผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์เฉพาะทาง กรมการแพทย์ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ เตียงรองรับผู้ป่วย และระบบการส่งต่อ ให้การสนับสนุนร่วมกับทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง ขณะนี้มีผู้ป่วยจากเหตุเพลิงไหม้รักษาอยู่ในโรงพยาบาลสังกัด 3 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีแล้ว ซึ่งยังมีเตียงว่างที่จะรองรับเพิ่มได้อีก นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีมีศูนย์ดูแลผู้ป่วยไฟไหม้ (Burn Unit) ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางระดับตติยภูมิ มีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยแผลไฟไหม้รุนแรง. มีทีมแพทย์ พยาบาล และสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน รองรับผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง ตลอด 24 ชั่วโมง โดยศูนย์ดังกล่าว มีห้องแยกปลอดเชื้อ ห้องผู้ป่วยวิกฤตเฉพาะทาง เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย อาทิ การใช้ธนาคารผิวหนังและผิวหนังเทียม รวมถึงทีมสหสาขาวิชาชีพที่ประกอบด้วยศัลยแพทย์ตกแต่ง วิสัญญีแพทย์ พยาบาลเฉพาะทาง นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ และนักโภชนาการ สามารถให้การรักษาและฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างครบวงจร เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจและเชื่อใจได้ที่จะมารับบริการ #โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี #กรมการแพทย์ #BurnUnit 14 กรกฎาคม 2569

วันที่ 14 ก.ค. 2569

อ่านต่อ

กิจกรรมผู้บริหารกรม กิจกรรมผู้บริหาร

เอกสาร

รมว.สธ. เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว ณ โรงพยาบาลราชวิถี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว พร้อมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและครอบครัว โดยมี นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามอาการผู้บาดเจ็บและรายงานความคืบหน้าการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569

รมว.สธ. เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว ณ โรงพยาบาลราชวิถี  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว พร้อมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและครอบครัว โดยมี นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามอาการผู้บาดเจ็บและรายงานความคืบหน้าการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569

รมว.สธ. เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว ณ โรงพยาบาลราชวิถี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมติดตามอาการผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว พร้อมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและครอบครัว โดยมี นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามอาการผู้บาดเจ็บและรายงานความคืบหน้าการดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569

วันที่ 16 ก.ค. 2569

อ่านต่อ

เอกสาร

โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ กรมการแพทย์ เยี่ยมสำรวจ ประเมิน และรับรองคุณภาพซ้ำ (Re - accreditation) โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 แพทย์หญิงพัชรินทร์ ปิงเมืองแก้ว นายแพทย์ชำนาญการ พร้อมด้วยนางอัจฉราพร ศรีตระกูล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ และนางนัชชารินทร์ ช่ำชองกิจ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ผู้เยี่ยมสำรวจ ประเมินและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลและสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจ เพื่อประเมินและรับรองคุณภาพซ้ำ(Re - accreditation) การดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด ณ โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามข้อกำหนดและเกณฑ์มาตรฐานการรับรองคุณภาพระบบบริการด้านยาเสพติด (HA ยาเสพติด) ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดปี 2564

โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ กรมการแพทย์ เยี่ยมสำรวจ ประเมิน และรับรองคุณภาพซ้ำ (Re - accreditation) โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 แพทย์หญิงพัชรินทร์ ปิงเมืองแก้ว นายแพทย์ชำนาญการ พร้อมด้วยนางอัจฉราพร  ศรีตระกูล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ และนางนัชชารินทร์ ช่ำชองกิจ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ผู้เยี่ยมสำรวจ ประเมินและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลและสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจ เพื่อประเมินและรับรองคุณภาพซ้ำ(Re - accreditation) การดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด ณ โรงพยาบาลลำปาง  จังหวัดลำปาง การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามข้อกำหนดและเกณฑ์มาตรฐานการรับรองคุณภาพระบบบริการด้านยาเสพติด (HA ยาเสพติด) ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดปี 2564

โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ กรมการแพทย์ เยี่ยมสำรวจ ประเมิน และรับรองคุณภาพซ้ำ (Re - accreditation) โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 แพทย์หญิงพัชรินทร์ ปิงเมืองแก้ว นายแพทย์ชำนาญการ พร้อมด้วยนางอัจฉราพร ศรีตระกูล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ และนางนัชชารินทร์ ช่ำชองกิจ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ผู้เยี่ยมสำรวจ ประเมินและรับรองคุณภาพสถานพยาบาลและสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจ เพื่อประเมินและรับรองคุณภาพซ้ำ(Re - accreditation) การดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด ณ โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามข้อกำหนดและเกณฑ์มาตรฐานการรับรองคุณภาพระบบบริการด้านยาเสพติด (HA ยาเสพติด) ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดปี 2564

วันที่ 16 ก.ค. 2569

อ่านต่อ

หมวดข่าวสาร หมวดข่าวสาร

สุขภาพประชาชน สุขภาพประชาชน

หน่วยบริการ หน่วยบริการ