06 ก.พ. 2569
สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ แนะก่อนการวิ่งหรือออกกำลังกาย เข้าทำแบบประเมินสุขภาพก่อนเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันวิ่งมาราธอน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ https://ccit-marathon-healthcheck.netlify.app/ เพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้น พร้อมข้อแนะนำด้านสุขภาพที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ในงานวิ่งมาราธอนระดับโลก "บุรีรัมย์ มาราธอน 2026" เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา พบนักวิ่งชาย 3 ราย เกิดอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Cardiac Arrest) ขณะร่วมแข่งขันในรูปแบบ Night Run แต่ด้วยความพร้อมของทีมแพทย์และกู้ชีพที่เข้าทำ CPR ทันที พร้อมส่งต่อโรงพยาบาลบุรีรัมย์อย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้ง 3 รายรอดชีวิตและปลอดภัยในที่สุด ซึ่งภาวะหมดสติไม่มีชีพจรในขณะวิ่ง ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และอาจเกิดจากปัจจัยแฝงในร่างกายที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
นายแพทย์เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การหมดสติไม่มีชีพจร (Cardiac Arrest) ในขณะวิ่งเกิดได้จาก 8 สาเหตุ ดังนี้ 1.หลอดเลือดหัวใจตีบฉับพลัน นำไปสู่กล้ามเนื้อหัวใจตายและไฟฟ้าหัวใจลัดวงจร รุนแรงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะทันที 2.กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เนื้อเยื่อหัวใจอักเสบบางชนิดกระตุ้นให้หัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง 3.หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด หากเกิดบริเวณส่วนต้น จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันร่วมด้วย 4.โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติแต่กำเนิด พังผืดที่ซ่อนอยู่จะชักนำให้เกิดหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง 5.โรคพันธุกรรมไฟฟ้าหัวใจที่เกิดการลัดวงจรไฟฟ้าหัวใจได้ในขณะออกกำลังหรือวิ่ง ได้แก่ Long QT Syndrome บางชนิดและ Catecholaminergic Polymorphic Ventricular Tachycardia (CPVT) 6.มีทางนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติจากหัวใจห้องบนไปสู่หัวใจห้องล่าง (Wolf-Parkinson-White Syndrome) หากเกิดหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะแบบสั่นพลิ้วขณะออกกำลัง สามารถกระตุ้นให้เกิดหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง 7.ภาวะโพแทสเซียมต่ำรุนแรง มักเกิดจากการใช้ยาขับปัสสาวะเกินขนาดหรือต่อเนื่องนานเกินไป 8. ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดปอดฉับพลัน หากฝืนวิ่งหรือออกกำลังในสภาวะนี้จะส่งผลให้หัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรง
แนวทางป้องกันการตรวจคัดกรองสาเหตุต่างๆข้างต้นทำได้ในระดับนึงเท่านั้น สาเหตุบางอย่างไม่มีอาการนำมาก่อน การตรวจร่างกายหรือสืบค้นทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีต่างๆเช่น การทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การทดสอบหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน การทำอัลตราซาวด์หัวใจ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ หรือฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ ผลอาจออกมาเป็น "ปกติ" ทั้งหมดในขณะพัก หัวใจสำคัญของการรอดชีวิต คือ "มาตรฐานการจัดงาน" ความพร้อมของทีมกู้ชีพ อุปกรณ์กู้ชีพ การซักซ้อมส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาล และที่สำคัญที่สุดคือ Early CPR ด้วยการกดหน้าอกและช่วยหายใจ และการใช้เครื่อง AED ในสถานที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด
สำหรับการรักษาเมื่อผู้ป่วยถูกนำส่งไปถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแล้ว ต้องให้การรักษาตามแนวทางการกู้ชีพของคณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และรักษาต่อเนื่องตามสาเหตุต่อไป ทั้งนี้แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้จัดงานวิ่ง หรืองานออกกำลังขอความร่วมมือเข้มงวดในการเตรียมความพร้อม เรื่องมาตรฐานทีมแพทย์และอุปกรณ์กู้ชีพในระดับสูงสุดก่อนได้รับอนุญาตให้จัดงานทุกครั้ง
ปัจจุบันสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ได้ดำเนินการจัดทำแบบประเมินสุขภาพผู้วิ่งผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ccit-marathon-healthcheck โดยผู้วิ่งสามารถเข้าทำแบบประเมินสุขภาพก่อนเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันวิ่งมาราธอนได้ ตามลิงค์ https://ccit-marathon-healthcheck.netlify.app/ เพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้นก่อนการวิ่งหรือออกกำลังกาย ตามข้อแนะนำ ด้านสุขภาพที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล #สถาบันโรคทรวงอก #กรมการแพทย์ #วิ่ง -ขอขอบคุณ- 6 กุมภาพันธ์ 2569
.......................................................................................................................................................