ข่าวเด่นประเด็นร้อน

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะนำแนวทางการทานอาหารเจที่เหมาะสมกับวัยสูงอายุ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน


วันที่ 15 ต.ค. 2569

ช่วงเทศกาลกินเจประจำปี พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 10–18 ตุลาคม 2569 นี้ วงการสุขภาพและการแพทย์ชั้นนำร่วมรณรงค์ให้ผู้สูงอายุร่วมถือศีลกินเจอย่างปลอดภัยและยั่งยืน โดยเน้นปรับเมนูอาหารเจให้เหมาะสมกับสรีรวิทยาวัยสูงอายุ เพื่อเปลี่ยนภาพจำอาหารเจแป้งสูง-รสเค็มจัด ให้เป็นมื้ออาหารเพื่อการส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว เนื่องจากการรับประทานอาหารเจในผู้สูงอายุมีข้อควรระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบการย่อยอาหาร มวลกล้ามเนื้อ และความหนาแน่นของกระดูกลดลงตามวัย ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจึงแนะนำแนวทางการบริโภคอาหารเจอย่างยั่งยืน
นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ห่วงใยคุณภาพชีวิตด้านโภชนาการในผู้สูงอายุต้อนรับเทศกาลกินเจอย่างยั่งยืน ชูแนวคิด “อิ่มบุญ สุขภาพดี” ชวนผู้สูงวัยบริโภคเจถูกหลักโภชนาการ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยาวนาน ความสำคัญของการส่งเสริมโภชนาการของอาหารเจที่ถูกต้องในผู้สูงวัย ไม่เพียงแต่ช่วยให้อิ่มบุญตามเจตนารมณ์ของเทศกาลเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอความเสื่อมของร่างกาย ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนในสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์
แพทย์หญิงบุษกร โลหารชุน ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวต่อว่า
จุดสำคัญควรรับประทานให้ครบ 5 หมู่เพื่อสุขภาพร่างกายที่ยั่งยืนโดยแนะนำ เคล็ด(ไม่)ลับสูงวัย ทานอาหารเจ อิ่มบุญ สุขกาย สบายใจ เน้นโปรตีนจากพืช หรือโปรตีนย่อยง่าย คุณภาพสูง: ปรับจากการใช้แป้งแปรรูปมาเป็นเต้าหู้ ถั่วเหลือง ถั่วห้าสี และพืชตระกูลถั่ว และนมถั่วเหลือง เพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและลดอาการท้องอืด ลดหวาน มัน และเค็ม ลดการใช้เครื่องปรุงรสเค็มจัด ลดอาหารทอดน้ำมันซ้ำ และเลือกใช้ไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันรำข้าวโดยเน้นการต้ม นึ่ง ย่าง เพื่อป้องกันโรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือด เลี่ยงเนื้อสัตว์เทียมรสจัดลดอาหารแปรรูปที่ปรุงรสมากและมีโซเดียมสูง โดยแนะนำให้ทำอาหารสด เติมวิตามินเพิ่มใยอาหาร: ทานผักใบเขียว : เห็ด, ผลไม้ไม่หวานจัด, ข้าวไม่ขัดสี เพื่อช่วยระบบขับถ่ายเสริม แคลเซียม: ทานผักคะน้า, บรอกโคลี, งาดำ,งาขาว และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูก การเลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน : ทานข้าวกล้อง, เผือก, มันเทศ, ธัญพืช เพื่อให้พลังงานยาวนานและช่วยควบคุมระดับน้ำตาล รวมถึงพิจารณาการเสริมวิตามิน B12 ตามคำแนะนำแพทย์
ข้อแนะนำเพิ่มเติมออกกำลังกาย เช่น การเดินเบาๆหลังอาหารเพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและส่งเสริมกล้ามเนื้อ อย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ และใช้เวลาครั้งละอย่างน้อย 15 นาที และทุกๆ30 นาทีควรมีการปรับเปลี่ยนท่าทางหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อย 3-5 นาที เพื่อลดการเกิดภาวะทุพพลภาพในการใช้ชีวิต
*********************************************************
#กรมการแพทย์ #สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ #สังคมสูงวัย #ดูแลผู้สูงอายุ #อาหารเจสูงวัย #โภชนาการอาหารเจ
#เข้าใจผู้สูงอายุ #ใส่ใจผู้ดูแล
– ขอขอบคุณ –
15 ตุลาคม 2569


QR CODE