ข่าวเด่นประเด็นร้อน

กรมการแพทย์ร่วมกับสมาคมโรคสมองเสื่อมแห่งประเทศไทยและชมรมจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและประสาทจิตเวชศาสตร์ไทย ร่วมหารือแนวทางกาดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมที่ถูกวิธี ชูหลัก "ไม่รัด ไม่มัด ไม่กักขัง ไม่ทำร้าย" พร้อมแนะวิธีสังเกตอาการและเลือกสถานดูแลที่ได้มาตรฐาน


วันที่ 16 ต.ค. 2569

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมและมีภาวะจิตเวชในขณะนี้ กรมการแพทย์ได้จัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่างสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ สมาคมโรคสมองเสื่อมแห่งประเทศไทย และชมรมจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและประสาทจิตเวชศาสตร์ไทย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อกำหนดข้อแนะนำในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อมที่เหมาะสมสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป
สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการสมองเสื่อมอาจจะไม่ใช่เพียงแค่การหลงลืม แต่อาจแสดงออกผ่านปัญหาพฤติกรรมและอาการทางจิตจากภาวะสมองเสื่อมที่สังเกตได้ตามกลุ่มอาการต่าง ๆ เช่น มีอาการเฉยเมยไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ อารมณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น เศร้า ร้องไห้บ่อย หรือหงุดหงิดง่าย มีอาการกระสับกระส่าย ควบคุมการกระทำได้ยาก คำพูดหรือการวางตัวเปลี่ยนไปไม่เหมาะสม รวมถึงการเห็น ได้ยิน หรือเชื่อสิ่งที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
แพทย์หญิงบุษกร โลหารชุน ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวเพิ่มเติม ถึงข้อควรทำและไม่ควรทำในการดูแลผู้ป่วยสูงอายุสมองเสื่อม รวมถึงแนวทางการเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม เพื่อให้ครอบครัว ผู้ดูแล และผู้ประกอบการสถานดูแลเข้าใจตรงกัน ดังนี้: การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม หลักสำคัญ คือ ความเข้าใจและความใส่ใจ โดยเริ่มต้นจากการหมั่นสังเกตอาการผิดปกติหรือความเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการก้าวร้าวหรือโวยวาย ให้ยึดหลักง่าย ๆ คือ "ตั้งสติ หยุดกิจกรรม เว้นระยะ และขอความช่วยเหลือ" โดยไม่ควรใช้กำลัง หรือใช้วิธียื้อยุด และควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทางร่างกาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม
สำหรับวิธีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ให้ยึดหลักดูแลด้วยความอบอุ่น ปลอดภัย และเคารพศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ
โดย "ไม่รัด ไม่มัด ไม่กักขัง และไม่ทำร้าย" หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง การดุด่า การบังคับ หรือการให้ยานอนหลับ แต่ให้เปลี่ยนมาเป็นการจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย ป้องกันการพลัดหลงโดยไม่ขัง สื่อสารด้วยคำพูดสั้น ๆ สุภาพ ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล และคอยรับฟังความรู้สึกเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจ พร้อมทั้งใช้ยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด
หากผู้สูงอายุไม่สามารถอาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดิมได้ ก่อนตัดสินใจเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุ ครอบครัวควรไปดูสถานที่จริง ตรวจสอบใบอนุญาต และแจ้งรายละเอียดสุขภาพของผู้ป่วยให้ครบถ้วน พร้อมทั้งตรวจสอบ 5 เรื่องสำคัญให้มั่นใจ ได้แก่ สถานที่ปลอดภัย สะอาด มีแสงสว่าง มีราวจับและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหมาะสม มีผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมเพียงพอ ทั่วถึงทั้งกลางวันและกลางคืน มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อชะลอความเสี่อม มีระบบดูแลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน มีระบบติดต่อสื่อสารและติดตามความเป็นอยู่ของผู้ป่วยสำหรับญาติและ มีการจัดเตรียมอาหารและน้ำที่สะอาดและมีคุณค่าทางโภชนาการ เหมาะสมกับโรคประจำตัวและการกลืนของผู้ป่วย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สูงอายุจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและเข้าใจอย่างแท้จริง
#กรมการแพทย์ #สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ #สังคมสูงวัย #ดูแลผู้สูงอายุ #สมองเสื่อม #เข้าใจผู้สูงอายุ – ขอขอบคุณ – 16 ตุลาคม 2569


QR CODE